<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[วัดสำคัญของจังหวัด]]></title>
<link>https://kbi.onab.go.th/th/content/category/index/id/110</link>
<atom:link href="https://kbi.onab.go.th/th/content/category/index/id/110" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[วัดคลองท่อม]]></title>
<link>https://kbi.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/77245</link>
<guid isPermaLink="false">8e0c9eab036bc301afd47d83f8e0b07c</guid>
<pubDate>Tue, 11 Jun 2024 11:14:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp;วัดคลองท่อม&nbsp;</strong>เป็นวัดราษฎร์ ตั้งอยู่หมู่ที่&nbsp;๒ ตำบลคลองท่อมใต้ อำเภอคลองท่อม&nbsp;จังหวัดกระบี่ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่&nbsp;๑๐&nbsp;เดือนกรกฎาคม&nbsp;พ.ศ.๒๕๐๔&nbsp;&nbsp;มีเนื้อที่ประมาณ&nbsp;๒๗&nbsp;ไร่&nbsp;๓&nbsp;งาน ๖๗&nbsp;ตารางวา&nbsp;และมีที่ธรณีสงฆ์อีก&nbsp;๑&nbsp;แปลง&nbsp;เนื้อที่&nbsp;๕๔&nbsp;ไร่&nbsp;๒&nbsp;งาน&nbsp;๑๓&nbsp;ตารางวา&nbsp;</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;สภาพพื้นที่ตั้งวัดนั้นเดิมเป็นที่ราบลุ่มและมีน้ำขัง&nbsp;&nbsp;จึงมีการถมดินให้สูงขึ้น&nbsp;&nbsp;สภาพแวดล้อมของวัดนั้น เป็นทุ่งนา&nbsp;ป่าเบญจพรรณ&nbsp;และลำคลองในปัจจุบันถึงแม้ว่าวัดคลองท่อมจะตั้งอยู่ใจกลางอำเภอคลองท่อม&nbsp; แต่ก็ยังคงมีความร่มรื่น&nbsp;&nbsp;สงบเงียบ&nbsp;&nbsp;และมีแนวป่าไม้ เบญจพรรณนานาชนิดอยู่ทั่วบริเวณ</p>

<p><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;เมื่อ พุทธศักราช ๒๔๕๑</strong>&nbsp;พ่อท่านจันทร์ ร่วมกับข้าราชการ&nbsp;พ่อค้าและประชาชน&nbsp;ในการริเริ่มสร้างที่พำนักสงฆ์ขึ้น&nbsp;&nbsp;เพื่อให้พระภิกษุสามเณรได้พักแรม&nbsp;เมื่อมีพระภิกษุเข้าไปอยู่ประจำ&nbsp;พ่อค้าประชาชนจึงได้ร่วมกันสร้างศาลาการเปรียญ&nbsp;&nbsp;(โรงธรรม)&nbsp;และกุฏิเพิ่มขึ้นแล้วเรียกขานที่พำนักสงฆ์คลองท่อมว่า&nbsp;&ldquo;วัดคลองท่อม&rdquo; เรื่อยมา</p>

<p><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; พุทธศักราช&nbsp;๒๔๙๘</strong>&nbsp;ตรงกับเดือน&nbsp;๗&nbsp;พระสวาส&nbsp;กนฺตสํวโร&nbsp;ได้มาพำนักอยู่วัดคลองท่อม มีพระภิกษุ&nbsp;๑&nbsp;รูป&nbsp;&nbsp;มีศาลาการเปรียญเก่า (โรงธรรมโบราณ)&nbsp;และมีกุฏิ&nbsp;๑&nbsp;หลัง&nbsp;ได้แสดงพระธรรมเทศนา&nbsp;อบรมสั่งสอนประชาชนจนมีจิตศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาและได้เข้ามาขอบรรพชาอุปสมบทเป็นพระภิกษุ&nbsp;พรรษาแรกมีพระภิกษุจำนวน&nbsp;๒๔&nbsp;รูป&nbsp;&nbsp;เมื่อมีพระภิกษุมากจึงชักชวนข้าราชการ&nbsp;พ่อค้า&nbsp;ประชาชนร่วมกันสร้างเสนาสนะสงฆ์&nbsp;และร่วมกันบูรณปฏิสังขรณ์ศาลาการเปรียญใหม่เพื่อให้พระภิกษุสามารถบำเพ็ญกิจวัตรและอยู่จำพรรษาในครั้งนั้น</p>

<p><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;พุทธศักราช&nbsp;๒๔๙๙&nbsp;</strong>ได้ทำการขุดบ่อน้ำ&nbsp;เพื่อใช้ในกิจการพระภิกษุสงฆ์ (ปัจจุบันเลิกใช้แล้ว)&nbsp;&nbsp;และก่อสร้างเสนาสนะสงฆ์&nbsp;เพื่อให้พระภิกษุจำพรรษาได้&nbsp;ก่อสร้างโรงครัวขึ้น และดำเนินการก่อสร้างเป็นลำดับมาจนถึงปัจจุบัน</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ปัจจุบันวัดคลองท่อมได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการสร้างเสนาสนะสงฆ์ การพัฒนาภูมิทัศน์ให้ดูสวยงาม การบูรณปฏิสังขรณ์ฌาปนสถานให้ทันสมัยขึ้น เป็นต้น และจากการที่วัดคลองท่อมนั้นเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์วัดคลองท่อม (พิพิธภัณฑสถานพระครูอาทรสังวรกิจ)&nbsp;วัดคลองท่อมจึงเป็นที่รู้จักแพร่หลายมากขึ้นทั้งในและนอกประเทศ โดยในแต่ละวันนั้นมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ทุกวันมิได้ขาด อีกทั้งยังเป็นแหล่งความรู้ด้านโบราณคดีและประวัติศาสตร์ท้องถิ่นจึงมีนักเรียนนักศึกษาจากสถานศึกษาต่าง ๆ ทั่วประเทศ&nbsp;&nbsp;ได้มาทัศนะศึกษา ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งนี้เป็นประจำตลอดทั้งปี</p>
]]></description>
<enclosure url='https://kbi.onab.go.th/th/file/get/file/20240611fbac3c31b5e9e84129b4d8d9b12b36b4114537.jpg' type='image/jpg' length='61934' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดมหาธาตุแหลมสัก]]></title>
<link>https://kbi.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/77234</link>
<guid isPermaLink="false">0605e74b0c252f08ddf488e9a811f5ff</guid>
<pubDate>Tue, 11 Jun 2024 08:43:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;เดิมทีในช่วงปี 2490 ก่อนที่จะมาเป็น วัดมหาธาตุแหลมสัก สถานที่บริเวณนี้เป็นเพียงพื้นที่รกร้าง และชาวบ้านที่อาศัยอยู่ที่บริเวณละแวกนี้หากต้องการที่จะเข้าร่วมพิธีกรรมทางศาสนา จะต้องเดินทางไปยังวัดสถิตโพธารามที่อยู่ห่างออกไปราวๆ 4.5 กิโลเมตร ซึ่งในช่วงเวลาเดียวกันนั้นก็ได้มีพระธุดงค์ที่มาปักกลดและพำนักอยู่ที่บริเวณแห่งนี้อยู่เป็นระยะๆ เมื่อชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในละแวกใกล้เคียงทราบข่าวก็ได้มีการมากราบไหว้รวมถึงนิมนต์ให้พระธุดงค์มาพำนักที่สถานที่แห่งนี้อย่างถาวร ได้มีการจัดสร้างศาลาปฏิบัติธรรม, โรงฉัน และศาลาอเนกประสงค์ขึ้น ในปี 2527 และได้มีการทำหนังสือขออนุญาตสร้างวัดถึงกรมศาสนา ทำให้สำนักสงฆ์แหลมสักยกระดับกลายเป็นวัดแหลมสัก จนในปี 2553 คณะสงฆ์และคณะกรรมการวัดแหลมสักได้มีการจัดสร้างพระบรมธาตุเจดีย์เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และได้มีการเปลี่ยนชื่อจากวัดแหลมสักกลายมาเป็นวัดมหาธาตุแหลมสักจวบจนปัจจุบัน</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;วัดมหาธาตุแหลมสัก มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านเคารพและบูชากันมาช้านาน โดยภายในวัดนักท่องเที่ยวจะได้พบกับพระบรมธาตุเจดีย์สีขาวที่ตั้งตระหง่านสูงเด่น ซึ่งการสร้างพระบรมธาตุเจดีย์แห่งนี้จะเป็นการสร้างในลักษณะของศิลปะลังกา ภายในได้มีการบรรจุพระบรมสารีริกธาตุเพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้สักการะ นักท่องเที่ยวส่วนมากมักนิยมเดินทางมาขอพรเรื่องการงาน, การเงิน รวมถึงเรื่องของสุภาพ</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;การเดินทางมาสักการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่วัดมหาธาตุแหลมสัก นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางสามารถมายังสถานที่แห่งนี้ได้หลายรูปแบบหลายวิธีการเดินทาง ที่นี่ไม่เสียค่าเข้า มีการเปิดให้เข้าเยี่ยมชมและสักการะทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น.</p>

<ul>
	<li>หากเดินทางมาด้วยรถยนต์ส่วนตัว และเดินทางมาจากตัวเมืองกระบี่ สามารถตั้งจุดหมายใน Google Map เพื่อเดินทางมาที่วัดมหาธาตุแหลมสักได้เลย จะมีระยะทางประมาณ 60 กิโลเมตร และจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที</li>
	<li>หากไม่ได้เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว นักท่องเที่ยวสามารถทำการเหมารถโดยสารหรือเรือโดยสารในจังหวัดกระบี่ เพื่อเดินทางมายังวัดมหาธาตุแหลมสักได้เช่นเดียวกัน</li>
</ul>
]]></description>
<enclosure url='https://kbi.onab.go.th/th/file/get/file/2024061138150412552e2c7f31746536bceb64f6110204.jpg' type='image/jpg' length='125301' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดถ้ำเสือ]]></title>
<link>https://kbi.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/6241</link>
<guid isPermaLink="false">da98ef5f4a893a1368f645beff26de00</guid>
<pubDate>Sun, 02 May 2021 14:49:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong><span style="font-family:THSarabunNew;"></span>&nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;<span style="font-family:THSarabunNew;">วัดถ้ำเสือ&nbsp;</span></strong>ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ บ้านถ้ำเสือ ตำบลกระบี่น้อย อ.เมือง จ.กระบี่ พื้นที่บริเวณวัดประมาณ 200 ไร่ ประกอบไปด้วยพื้นที่ราบ หุบเขาและยอดเขา วัดเป็นที่รู้จักกันดีในจังหวัดกระบี่และจังหวัดใกล้เคียง รวมถึงชาวต่างชาติ ทั้งความโดดเด่นของวัดและชื่อเสียงของหลวงพ่อจำเนียร ประธานสงฆ์วัดถ้ำเสือ&nbsp;ชื่อวัดนั้นมีข้อสันนิษฐานว่าเนื่องจากในอ&shy;ดีตเคยมีเสืออาศัยอยู่ &nbsp;และภายในถ้ำยังปรากฏหินธรรมชาติ เป็นรูปแบบของอุ้งเท้าเสือ ส่วนที่มาของวัดนี้น่าจะมาจากพระธุดงค์ที่&shy;จาริกไปเพื่อหาสถานที่วิเวกในการปฏ&shy;ิบัติธรรม มาอาศัยอยู่ตามถ้ำ&nbsp;และมีชาวบ้านที่ศรัทธาตามมากราบไหว้เป็นจำ&shy;นวนมาก จนกลายเป็นวัดในเวลาต่อมา วัดถ้ำเสือมีลักษณะเป็นสวนป่า มีโพรงถ้ำ เพิงผาและแหล่งถ้ำธรรมชาติ เช่น ถ้ำคนธรรพ์ ถ้ำลอด ถ้ำช้างแก้ว ถ้ำลูกธนู ถ้ำพระ เป็นต้น ถ้ำบางแห่งสาม&shy;ารถใช้เป็นศูนย์กลางการนั่งฌานของพระภิกษุ&shy;และเหล่าอุบาสก อุบาสิกาได้อีกด้วย ภายในบริเวณวัดทัศนียภาพร่มรื่น แวดล้อมไปด้วยต้นไม้ใหญ่อายุนับร้อยปีเนื่องจากมีเขาล้อมอยู&shy;่ทุกด้าน &nbsp;เป็นแหล่งโบราณคดีที่สำคัญถึงสองสมัยคื&shy;อ สมัยก่อนประวัติศาสตร์ และสมัยแรกเริ่มประวัติศาสตร์ มีการขุดพบวัตถุโบราณหลายอย่าง เช่น เครื่องมือหิน เศษภาชนะดินเผา พระพิมพ์ดิบ บริเวณพื้นที่ราบด้านหน้าเป็นที่ตั้งของอุ&shy;โบสถ พระธาตุเจดีย์ระฆังใหญ่ หอประชุม รูปปั้นพระโพธิสัตว์กวนอิม และสิ่งสำคัญอื่นๆ อีกมากมาย</p>

<p><strong>ภายในวัด ยังมีจุดเด่นที่เป็นที่นิยมขอองนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมถึงความสวยงามของวัดถ้ำเสือ ได้แก่&nbsp;&nbsp;</strong></p>

<p><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp;พระธาตุเจดีย์ยอดเขาแก้ว&nbsp;</strong>พระพุทธรูปองค์ใหญ่ ตั้งอยู่บนยอดเขาแก้ว มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเล<br />
ประมาณ 600 เมตร สามารถขึ้นไปสักการะได้โดย ขึ้นบันได 1,237 ขั้น บนยอดเขาสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเมืองกระบี่ได้รอบทิศ ทั้งยังเป็นที่ประดิษฐานของรอยพระพุทธบาทจำลอง พระธาตุเจดีย์ พระพุทธรูปองค์ใหญ่ อีกด้วย</p>

<p><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp;หุบเขาคีรีวงศ์&nbsp;</strong>ภายในหุบเขาแวดล้อมไปด้วยต้นไม้ใหญ่อายุนับร้อยปี และเนื่องจากมีเขาล้อมอยู่ทุกด้าน จึงมีถ้ำเล็ก ๆ อยู่มากมาย&nbsp;เช่น ถ้ำคนธรรพ์ ถ้ำลอด ถ้ำลูกธนู ทางเข้า ชมได้โดยการขึ้นและลงบันไดบริเวณพระตำหนักเจ้าแม่กวนอิม</p>

<p><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp;พระโพธิสัตว์กวนอิม&nbsp;</strong>&nbsp;สูง 5 เมตร เป็นเอกลักษณ์และเป็นที่นิยมชื่นชอบของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ได้รับความนิยมในการมาแวะสักการะขอพร</p>

<p><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp;พระพุทธรูปหยกขาว </strong>ศิลปะพม่าอายุนับร้อยปี ประดิษฐ์สถาน ณ โบสถ์วัดถ้ำเสือ</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;และเนื่องจากวัดถ้ำเสือมีลักษณะเป็นสวนป่า แวดล้อม ด้วยแมกไม้ ถ้ำและต้นไม้น้อยใหญ่อายุนับร้อยปี จึงเป็นที่อยู่อาศัยของลิงป่าน้อยใหญ่เป็นจำนวนมาก ถือเป็นมนต์เสนห์อย่างหนึ่งของวัดถ้ำเสือ สามารถชมและสัมผัสความเป็นอยู่ของฝูงลิงป่าอย่างใกล้ชิดได้อีกด้วย</p>
]]></description>
<enclosure url='https://kbi.onab.go.th/th/file/get/file/202105022922bc110543789fbb8a951e726c453a144933.png' type='image/png' length='879360' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดมหาธาตุวชิรมงคล (บางโทง)]]></title>
<link>https://kbi.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/6242</link>
<guid isPermaLink="false">a21b5fdd25c4df720dcc71271ad65cdf</guid>
<pubDate>Sun, 02 May 2021 14:49:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp;<span style="font-family:THSarabunNew;"><span style="color:#000000;">&nbsp;<strong>วัดมหาธาตุวชิรมงคล</strong>&nbsp;หรือ&nbsp;<strong>วัดบางโทง</strong>&nbsp;ตั้งอยู่ที่ : หมู่ 3 ตำบลนาเหนือ อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2483 เดิมทีชาวบ้านต่างเรียกชื่อวัดแห่งนี้ว่า &ldquo;วัดบางโทง&rdquo; ซึ่งตั้งตามชื่อของหมู่บ้าน ต่อมาใน ปี 2545&nbsp;<span style="font-family:THSarabunNew;"><span style="color:#000000;">&nbsp;บริเวณรอบวัดเป็นสวนยางพาราและสวนปาล์มน้ำมัน ต่อมา</span></span>หน่วยงานจากหลายๆ ภาคส่วนของจังหวัดกระบี่ได้จัดทำโครงการสร้างพุทธสถาน และพระมหาธาตุเจดีย์เฉลิมพระเกียรติ 50 พรรษาของรัชกาลที่ 10 ในสมัยนั้น จนมาในปี พ.ศ.2549 ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้พระราชทานนามวัดบางโทงให้ใหม่ เป็น &ldquo;วัดมหาธาตุวชิรมงคล&rdquo; ดั่งที่ทุกคนรู้จักกันในทุกวันนี้&nbsp;</span></span><span style="font-family:THSarabunNew;"><span style="color:#000000;"><b>วัดมหาธาตุวชิรมงคล</b>&nbsp;เป็น</span><a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%8E%E0%B8%A3%E0%B9%8C" title="วัดราษฎร์"><span style="color:#000000;">วัดราษฎร์</span></a><span style="color:#000000;">สังกัดคณะสงฆ์ฝ่าย</span><a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A2" title="มหานิกาย"><span style="color:#000000;">มหานิกาย</span></a><span style="color:#000000;">&nbsp;มี</span><span style="color:#000000;">เนื้อที่ 111 ไร่เศษ&nbsp;&nbsp;สร้างในที่ดินบริจาคของนายเปล้า ทองศิริ นายมั่น เพ่งกิจ และนายน่วม ดำพันธ์ &nbsp;ต่อมาได้รับการพระราชทาน</span><a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A1%E0%B8%B2" title="วิสุงคามสีมา"><span style="color:#000000;">วิสุงคามสีมา</span></a><span style="color:#000000;">เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2496 เขตวิสุงคามสีมา กว้าง 30 เมตร ยาว 70 เมตร ได้ทำพิธีผูก</span><a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A1%E0%B8%B2" title="พัทธสีมา"><span style="color:#000000;">พัทธสีมา</span></a><span style="color:#000000;">&nbsp;เมื่อวันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2519<span style="font-size: 18.3333px;">&nbsp;</span></span><span style="color:#000000;">&nbsp;ในปี พ.ศ. 2545 กรรมการมหาเถรสมาคมเห็นความสำคัญจึงจัดสร้างพุทธสถานและพระมหาธาตุเจดีย์เพื่อเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;จุดเด่นของวัดคือ&nbsp;<i>พระมหาธาตุเจดีย์ เฉลิมพระเกียรติ 50 พรรษา มหาวชิราลงกรณ</i>&nbsp;ที่สร้างขึ้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งขณะนั้นดำรงพระราชอิสริยยศ&nbsp;</span><a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A_%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%93_%E0%B8%AA%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%8E%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A3" title="สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร"><span style="color:#000000;">สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร</span></a><span style="color:#000000;">&nbsp;<span style="font-family:THSarabunNew;"><span style="color:#000000;">ภายในวัดบางโทงจะมีจุดเด่นเป็น&nbsp;<strong>&ldquo;องค์พระมหาธาตุเจดีย์</strong>&rdquo; สีเหลืองทองอร่ามตั้งอยู่ตรงใจกลางของวัด&nbsp;</span></span>พระมหาธาตุเจดีย์มีความสูง&nbsp;ประมาณ 95 เมตร บริเวณรอบ ๆ มีการประดับตกแต่งคล้ายคลึงกับมหาเจดีย์</span><a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%84%E0%B8%A2%E0%B8%B2" title="พุทธคยา"><span style="color:#000000;">พุทธคยา</span></a><span style="color:#000000;">&nbsp;สถานที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้&nbsp;</span><a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2" title="ประเทศอินเดีย"><span style="color:#000000;">ประเทศอินเดีย</span></a><span style="color:#000000;">&nbsp;รอบของพระมหาธาตุเจดีย์มีระเบียงรายทั้ง 4 ด้าน และมีพระพุทธรูปต่าง ๆ ประดิษฐานอยู่จำนวนมาก ภายในพระมหาธาตุเจดีย์มีพระพุทธรูปเป็นพระประธานองค์ใหญ่ มีภาพ</span><a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%9D%E0%B8%B2%E0%B8%9C%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%87" title="จิตรกรรมฝาผนัง"><span style="color:#000000;">จิตรกรรมฝาผนัง</span></a><span style="color:#000000;">เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ</span><a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4" title="พุทธประวัติ"><span style="color:#000000;">พุทธประวัติ</span></a><span style="color:#000000;">&nbsp;และตกแต่งด้วย</span><a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%81" title="ลายกระหนก"><span style="color:#000000;">ลายกระหนก</span></a><span style="color:#000000;">&nbsp;ลายไทยอ่อนช้อยสวยงาม โดยรอบของวัดยังมี รูปเหมือน</span><a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%97%E0%B8%A7%E0%B8%94" title="หลวงปู่ทวด"><span style="color:#000000;">หลวงปู่ทวด</span></a><span style="color:#000000;">องค์ใหญ่ ที่มีขนาดหน้าตักกว้าง 9 เมตร 9 นิ้ว พระพุทธรูปปางแสดงปฐมเทศนาขนาดหน้าตักกว้าง 3 เมตร อุโบสถประดิษฐานพระพุทธรูปองค์ใหญ่ภายในมีภาพเขียนพุทธประวัติที่สวยงาม&nbsp;</span></span><span style="font-family:THSarabunNew;"><span style="color:#000000;">ถือว่าเป็นพระพุทธรูปที่มีผู้คนเป็นจำนวนมากให้ความศรัทธาและเคารพนับถือ ต่างพากันเข้ามากราบไหว้ขอพร นอกจากนี้แล้วยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่ตกแต่งด้วยลายกรกอันสวยสดงดงามอีกด้วย ปัจจุบันพระเทพวชิรากร (พระอาจารย์ชัย บุรินฺทโก) รองเจ้าคณะภาค 17 เป็นเจ้าอาวาส</span></span></p>

<p><span style="font-family:THSarabunNew;"><span style="color:#000000;"></span></span></p>

<p>&nbsp;</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://kbi.onab.go.th/th/file/get/file/20210502a7404299a9e96ab75381552db8820dbf145021.png' type='image/png' length='818251' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดแก้วโกรวาราม พระอารามหลวง]]></title>
<link>https://kbi.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/6240</link>
<guid isPermaLink="false">283d9d9b862cbc0051594f2da4b3745a</guid>
<pubDate>Sun, 02 May 2021 14:45:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; เป็นพระอารามหลวง ชั้นตรีชนิดสามัญ และเป็นวัดประจำจังหวัดกระบี่ ซึ่งวัดนี้สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๔๔๓ โดยมีเนื้อที่ประมาณ ๒๒๐&nbsp;ไร่ ตั้งอยู่ที่ใจกลางเมืองจังหวัดกระบี่ ทางเข้าของวัดอยู่ฝั่งถนนมหาราช (เยื้องห้างโวค และสี่แยกมนุษยโบราณ) ซึ่งนอกจากว่าวัดนี้จะตั้งอยู่ใจกลางเมืองแล้ว นอกจากนี้วัดนี้ยังเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาและศูนย์กลางการศึกษาพระปริยัติธรรมของคณะสงฆ์จังหวัดกระบี่ มาตั้งแต่พุทธศักราช ๒๔๕๕&nbsp;จนถึงปัจจุบัน อีกทั้งยังเป็นสถานที่เรียนรู้และจัดกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาของจังหวัดกระบี่และที่สำคัญ วัดแห่งนี้เนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระชนม์มายุครบ ๖&nbsp;รอบ และได้มีการถวายผ้าพระกฐินพระราชทานเป็นประจำทุกปี</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; ลักษณะภายนอกของวัดแก้วโกรวาราม ถือได้ว่าเป็นสถาปัตยกรรมศาสนาที่มีการสร้างใหม่และออกแบบได้อย่างสวยงามมากโดยเฉพาะพระอุโบสถสีขาวหลังใหญ่ โดยพระอุโบสถหลังดังกล่าวจะตั้งอยู่บนเนินดิน ทางเดินขึ้นบันไดเป็นลานเรียบๆ ก่อนที่จะขึ้นบันไดช่วงสุดท้ายที่เริ่มจะเพิ่มระดับความชันตามสภาพภูมิประเทศ&nbsp; เสาโคมไฟรอบทางเดินที่ออกแบบอย่างประณีตสวยงามลงตัวกับแบบของอุโบสถ หากพูดถึงบันไดก่อนเข้าชมในอุโบสถแล้วนั้น ที่นี้จะมีการแบ่งบันไดเป็น ๓&nbsp;ช่วง ซึ่งแต่ละช่วงจะเป็นบันไดตกแต่งลวดลายพญานาค เต็มไปด้วยความสวยงามและมีรายละเอียดของงานที่ละเอียดอ่อนมาก</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; ส่วนภายในของพระอุโบสถ เมื่อเข้ามาก็จะพบพระประธานองค์ใหญ่ ส่วนฝาผนังก็จะมีจิตรกรรมฝาผนังที่สวยงาม&nbsp;ภาพจิตรกรรมฝาผนังรอบด้าน ประกอบไปด้วยภาพสำคัญ ๆ ดังนี้ พระแม่ธรณีบีบมวยผม, พระศาสดาประสูติ, พระโพธิสัตว์ประทับเสวยรมย์ อยู่บนสวรรค์ชั้นดุสิต ก่อนเสด็จลงมาเป็นพระพุทธเจ้า</p>
]]></description>
<enclosure url='https://kbi.onab.go.th/th/file/get/file/202105021a55850e4e1c7d984966c6f61762ecfb144908.jpg' type='image/jpg' length='57621' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดถ้ำปราสาทนาฬาคิริง]]></title>
<link>https://kbi.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/646</link>
<guid isPermaLink="false">e734d95ff869db47455b1b414338eb42</guid>
<pubDate>Mon, 27 Jul 2020 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp;&ldquo;วัดถ้ำปราสาทนาฬาคิริง&rdquo;</strong>&nbsp;ที่ตั้งอยู่ที่ถนนอ่าวลึก-พระแสง&nbsp;อำเภอปลายพระยา จังหวัดกระบี่ ซึ่งหากว่าใครเดินทางมาถึงที่นี่ก็จะได้ตื่นตากับ&nbsp;&ldquo;อุโบสถช้าง&rdquo;&nbsp;แห่งเดียวในไทย ที่ด้านหลังของวัด จะมีขุนเขาตั้งตะหง่านอยู่ โดยมี&nbsp;&ldquo;ถ้ำปราสาทนาฬาคิริง&rdquo;&nbsp;อยู่ด้านใน ซึ่งถูกค้นพบโดย&nbsp;&ldquo;หลวงพ่อขจิต กมโล&rdquo;&nbsp;เจ้าอาวาสวัดถ้ำปราสาทนาฬาคิริง หลวงพ่อขจิตท่านมีพื้นเพเป็นคนสงขลา ในช่วงปี พ.ศ. 2529 มีโอกาสธุดงค์ขึ้นเหนือ และไปจำพรรษาอยู่ที่ถ้ำวัว จ.แม่ฮ่องสอน แล้วได้นิมิตเห็นชายตัวดำรูปร่างสูงใหญ่ไม่ใส่เสื้อนุ่งโจงกระเบนสีขาว สะพายย่าม มือถือเทียนมาชวนหลวงพ่อไปดูถ้ำแห่งหนึ่ง ชายคนนั้นพูดอะไรมากมายหลายอย่าง พร้อมกับให้หลวงพ่อไปอยู่ในถ้ำนั้น ทีแรกหลวงพ่อขจิตปฏิเสธ แต่ชายร่างใหญ่ได้พยามอธิบาย ชักจูง จนหลวงพ่อยอม ชายคนนั้นจึงพาหลวงพ่อออกจากถ้ำ<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;หลังนิมิตผ่านพ้น หลวงพ่อขจิตได้พยายามสืบเสาะหาถ้ำในนิมิตตามที่ต่างๆ อยู่หลายแห่ง จนในปี 2533 ท่านได้รับนิมนต์ให้มาเป็นเจ้าสำนักสงฆ์แห่งหนึ่งใน อำเภอปลายพระยา จังหวัดกระบี่ มีชาวบ้านมานิมนต์ไปงานบุญเดือนสิบ หลวงพ่อจึงถามชาวบ้านว่าในละแวกนี้มีวัดหรือถ้ำบ้างหรือไม่ ชาวบ้านก็ตอบว่ามี แต่อยู่ในป่ารกทึบไม่มีใครกล้าเข้าไป หลวงพ่อจึงเข้าไปสำรวจพบว่าเป็นถ้ำคล้ายในนิมิต นั่นจึงเป็นการเปิดโลกถ้ำแห่งนี้สู่ภายนอก โดยครั้งแรกที่หลวงพ่อพบเจอถ้ำคือวันที่ 9 ก.ค. 2533&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; เหตุที่หลวงพ่อขจิตตั้งชื่อถ้ำแห่งนี้ว่า&nbsp;<strong>&ldquo;ถ้ำปราสาทนาฬาคิริง&rdquo;</strong>นั้น เพราะถ้ำนี้มีก้อนหิน หินงอกหินย้อย ที่ชวนให้จินตนาการเกี่ยวกับช้างมากมาย โดยชื่อ<strong>&nbsp;&ldquo;นาฬาคิริง&rdquo;</strong>&nbsp;มาจากชื่อ&nbsp;<strong>&ldquo;นาฬาคิรี&rdquo;&nbsp;</strong>ที่เป็นช้างสำคัญเชือกหนึ่งในสมัยพุทธกาลสำหรับช้างนาฬาคิริง เป็นช้างที่พระเทวทัตสั่งให้มาทำร้ายพระพุทธเจ้าถึง 2 ครั้ง แต่ไม่สำเร็จ ในครั้งที่ 3 พระเทวทัตจึงติดสินบนควาญช้างให้มอมเหล้าช้างนาฬาคิรีจนเกิดความคลุ้มคลั่ง วิ่งมาจะทำร้ายพระพุทธเจ้า แต่พระพุทธองค์ได้แสดงพุทธปาฏิหาริย์บันดาลให้พญาช้างวิ่งเฉไปทางอื่น แล้วทรงแผ่เมตตาจนสร้างสงบสติอารมณ์ ทรุดกายถวายกราบบังคมทูล พร้อมน้ำตาไหลอาบแก้ม สำนึกตน แล้วเดินกลับเข้าสู่โรงช้างดังเดิม ซึ่งในคัมภีร์อนาคตวงศ์ระว่า หลังสิ้นยุคพระศรีอริยเมตไตรยพุทธเจ้าแล้ว จะมีพระพุทธเจ้ามาตรัสรู้อีกหลายพระองค์ โดยช้างนาฬาคิรี จะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าองค์หนึ่ง มีพระนามว่า &ldquo;พระติสสพุทธเจ้า&rdquo;</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;ส่วนที่ด้านหน้าถ้ำ ซึ่งเป็นบริเวณของวัดนั้นมีสิ่งที่น่าสนใจก็คือ&nbsp;<strong>&ldquo;อุโบสถช้างนาฬาคิริง&rdquo;</strong>&nbsp;ที่สร้างเป็นรูปช้างหมอบ ชูงวง ชูงา ดูแปลกตา แต่ว่าสมส่วนสวยงาม โดยรอบอุโบสถมีใบเสมาที่ตั้งอยู่บนตัวช้าง แล้วก็ยังมีไม้ตะเคียนที่วางไว้รอบๆ อุโบสถ เปรียบเสมือนกำแพงแก้ว เมื่อเดินเข้ามาด้านในอุโบสถช้างก็จะเห็นตั้งแต่ประตูที่ทำเป็นรูปช้าง ด้านในพระอุโบสถประดิษฐานพระประธาน ส่วนฝาผนังและเพดานโดยรอบก็มีภาพเขียนสีเป็นรูปช้างในความเชื่อและวิถีชีวิตของคนไทย เดินชมความสวยงามของภาพต่างๆ ได้อย่างเพลิดเพลินใจ</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;สำหรับถ้ำปราสาทนาฬาคิริงนั้นนักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้โดยต้องติดต่อผ่านทางวัด เนื่องจากจะได้จัดผู้นำชมแนะนำจุดต่างๆ และดูแลนักท่องเที่ยวให้เดินไปตามเส้นทางที่กำหนด โดยภายในถ้ำนั้นมีหินงอกหินย้อยรูปร่างแปลกตาน่าชมมากมาย และหากไปถูกช่วง ก็จะเป็นฤดู<strong>&nbsp;&ldquo;หนอนถ้ำ&rdquo;</strong>&nbsp;ซึ่งพวกมันจะชักใยเป็นเส้นสายสวยงามเพื่อดักแมลงเป็นอาหาร หากเราสังเกตตามเส้นใยอาจจะเห็นหนอนถ้ำบางตัวค่อยๆ คืบคลานไต่ไปบนใย ดูเพลินตาดี โดยเฉพาะยามสาดแสงไปโดน เส้นใยไหมของมันจะสะท้อนแสงเป็นริ้วสายสวยงาม ถือเป็นอีกหนึ่งของดีคู่ถ้ำปราสาทนาฬาคิริงที่มีให้เห็นเฉพาะบางช่วงเท่านั้น</p>
]]></description>
<enclosure url='https://kbi.onab.go.th/th/file/get/file/20240610e255b50fc8b2406cd29d2f9f28f52ef1155412.jpg' type='image/jpg' length='58703' />
</item>
</channel>
</rss>
